Untitled Document
  จำนวนผู้เข้าชม 5662   คน

 ข้อมูลสถิติประจำเดือนปัจจุบัน
5 สมาชิกที่ใช้บริการมากที่สุด
[ 2133 ]  นางสาว   พจมาลย์ ศรีมากเปี่ยม  

กลับไปยังหน้าหลักข้อมูลทั่วไป
ข้อควรระวังในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

ข้อควรระวังในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพสาระน่ารู้ของข้อควรระวังในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ มีดังนี้   
การออกกำลังกายอย่าสม่ำเสมอเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน จะเป็นการส่งเสริมสุขภาพให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ทั้งนี้ ต้องมีความเหมาะสมทั้งวิธีการออกกำลังกาย การออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสมก็อาจให้โทษได้เช่นกัน จึงมีข้อควรระวังดังนี้

1. ควรออกกำลังกายให้เหมาะสมกับอายุ เพศ และสภาพร่างกาย เช่น คนสูงอายุการเดินเร็วๆ ดีที่สุด คนวัยทำงาน การวิ่งเหยาะๆ สามารถทำได้ง่ายและประหยัด เด็กการวิ่งเล่นเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุด เป็นต้น ยกเว้นกรณีการเจ็บป่วย พิการ การออกกำลังกายก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ควรเป็นรูปแบบเฉพาะแล้วแต่กรณี    

 2. ควรออกกำลังกายให้ถูกเวลา เช่น เช้า เย็น หรือค่ำ ไม่ควรออกกำลังกายในเวลาที่มีอาการร้อนจัด จะทำให้ไม่สบายได้และควรออกกำลังกายก่อนอาหาร หรือหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

 3. ไม่ควรออกกำลังกายเวลาที่ไม่สบาย เป็นไข้ เพราะอาจจะทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ หรือเวลาที่ท้องเสีย เพราะร่างกายจะขาดน้ำหรือเกลือแร่ทำให้อ่อนเพลีย เป็นลม เป็นตะคริว หรือโรคหัวใจได้    

 4. ก่อนและหลังการออกกำลังกายทุกครั้ง ควรอบอุ่นร่างกาย และผ่อนคลายร่างกายเพราะจะช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการได้รับบาดเจ็บและช่วยทำให้อาการเมื่อยล้าหายได้เร็วขึ้น

 5. การเลือกใช้อุปกรณ์ในการออกกำลังกายให้เหมาะสม เช่น ไม่สวมรองเท้าหนัง หรือรองเท้าแตะ หรือไม่สวมรองเท้าในขณะออกกำลังกาย และยังช่วยลดแรงกระแทกขณะออกกำลังกายได้อีกด้วย เสื้อผ้าที่สวมใส่ขณะออกกำลังกาย ควรเป็นเสื้อผ้าที่ยืดหยุ่นได้ระบายความร้อนได้ดี เช่น ผ้าป้าย  

  6. ในขณะออกกำลังกาย ควรงดสูบบุหรี่ หรือดื่มสุรา เพราะแอลกอฮอล์เป็นยาขับปัสสาวะซึ่งจะทำให้ร่างกายขาดน้ำมากยิ่งขึ้น  

  7. ต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมที่จะทำให้ร่างกายได้รับอันตรายได้ง่าย 

  8. เมื่อมีอาการเตือนที่แสดงว่าเริ่มมีอันตราย ควรหยุดออกกำลังกายทันที โดยไม่ผืน เช่น เวียนศรีษะ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจขัด    

  9. ผู้มีอายุวัยกลางคนขึ้นไป (40 ปี) ควรต้องได้รับการตรวจสุขภาพรวมทั้งการทดสอบการออกกำลังกายก่อน  

 10. สำหรับผู้สูงอายุ (อายุเกิน 60 ปีขึ้นไป) ควรระมัดระวังมากกว่าคนอายุน้อย โดยเริ่มออกกำลังกายที่เบามาก่อน ส่วนการเพิ่มความหนักนั้นต้องเพิ่มช้ากว่าคนอายุน้อย


 
เด็กอ้วน  
10 วิธีประหยัดในหน้าร้อน

ประเทศไทยในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในฤดูไหนก็มีอากาศที่ร้อนระอุ ไม่ว่าจะเป็นฤดูฝน ที่พอฝนหยุดตกก็กลับมาร้อนอบอ้าว ร้อนชื้น ฤดูหนาวที่แยกไม่ออกว่าจริงๆ แล้วนั้นอยู่ในฤดูหนาวจริงหรือ เพราะไม่เคยได้ใส่เสื้อกันหนาว หรือผ้าพันคอเลยสักครั้ง และฤดูร้อนที่ร้อนตับแลบ ร้อนถล่มทลาย เสี่ยงต่อการเป็นโรคเพลียแดด โรคลมแดด (Heat Stroke) หรืออาการผิวหนังไหม้แดดขึ้นได้ จะว่าไปแล้วอากาศแบบนี้ทุกคนนั้นต่างก็มีทางออกในการใช้ชีวิต ทั้งการไปเที่ยวทะเลหรือน้ำตกคลายร้อน การเดินเล่นในห้างสรรพสินค้า หาอะไรเย็นๆ ทาน หรือการเปิดเครื่องปรับอากาศแล้วขังตัวเองอยู่ในบ้าน แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมากับหน้าร้อนนั่นก็คือค่าไฟที่สูงพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว เพราะการใช้เครื่องปรับอากาศ วันนี้จึงมีคำแนะนำวิธีการใช้แอร์ให้ประหยัดในหน้าร้อนให้ทุกคนได้ทำตามกัน 10 วิธีการใช้แอร์ให้ประหยัดในหน้าร้อน 1. เลือกเครื่องปรับอากาศที่ประหยัดไฟมากที่สุด โดยฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นระดับความประหยัดไฟฟ้าสูงที่สุดออกโดยกระทรวงพลังงาน และควรเลือกเครื่องปรับอากาศให้พอดีกับพื้นที่ในห้อง หากมีขนาดที่ใหญ่เกินไป ก็ทำให้เปลืองไฟโดยเปล่าประโยชน์ หากมีขนาดเล็กเกินไป ก็ทำให้เครื่องปรับอากาศนั้นทำงานหนัก และทำให้ความเย็นไม่ทั่วทั้งห้อง ควรเลือกให้พอเหมาะ จะเป็นการช่วยลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศได้ในระดับหนึ่ง 2. ตั้งเครื่องปรับอากาศในพื้นที่ที่เหมาะสม สามารถช่วยกระจายลมไปได้ทั่วห้อง ไม่มีสิ่งกีดขวาง ไม่ติดตั้งในมุมอับ และไม่ชิดผนังที่รับแดด เพราะจะทำให้เครื่องปรับอากาศนั้นทำงานหนัก 3. นำเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นออกจากบริเวณนั้น รวมทั้งการเปิดไฟมากเกินความจำเป็น และควรเปิดไฟแต่พอดี เพื่อให้ห้องเย็นสบาย เพราะขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังทำงานอยู่นั้น มันทำให้อุณหภูมิห้องสูงขึ้น 4. ปิดประตู หน้าต่างให้มิดชิด หรือปิดผ้าม่านกันแสงเข้ามาสู่ภายในห้อง กันความร้อนและแสงแดดเข้ามาในห้องโดยตรง 5. ปิดรอยรั่วที่ทำให้ความเย็นกระจายออกภายนอก หรือหากมีรอยต่อระหว่างประตูหรือหน้าต่างที่ใหญ่มากเกินไป ก็ควรหาอะไรมาอุดหรือบังให้สนิท เครื่องปรับอากาศจะได้ไม่ทำงานหนักจนเกินไป 6. ใส่เสื้อผ้าที่สบาย สามารถระบายอากาศได้ดี และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ในห้อง 7. ไม่ปลูกต้นไม้หรือตากผ้าในบริเวณที่เปิดเครื่องปรับอากาศ เพราะจะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนังเนื่องจากต้นไม้และผ้าเปียกนั้นมีความชื้นสูง 8. ตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสม เปิดอุณหภูมิระหว่าง 25-28 องศา แล้วเปิดพัดลม เพื่อช่วยให้ห้องเย็นเร็วขึ้น 9. หมั่นล้างเครื่องปรับอากาศอยู่เป็นประจำ เพราะเป็นการกำจัดฝุ่นละอองที่ตกค้างภายในเครื่องปรับอากาศ ช่วยให้เครื่องปรับอากาศสามารถให้ความเย็นได้มากยิ่งขึ้น และยังช่วยในเรื่องของสุขภาพอีกด้วย 10. ตรวจสอบเช็คสภาพของเครื่องปรับอากาศอยู่เสมอ บางทีอาจเกิดการรั่วทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น และเปลืองไฟ ท้ายนี้อยากบอกว่า ‘จะฤดูไหน ก็ฤดูร้อน’ นี่อาจเป็นคำที่เหมาะสมกับประเทศไทยมากที่สุด นอกจากการดูแลร่างกาย และสุขภาพของตัวเองแล้ว อย่าลืมดูแลสภาพเครื่องปรับอากาศด้วย เพราะมันเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เย็นกายสบายใจ ปลอดภัยจากโรคต่างๆ ที่มาพร้อมกับอากาศร้อนอีกด้วย
 ไฟล์แนบ :
 
7 สาเหตุการนอนไม่หลับ และเคล็ดลับวิธีแก้ไข

การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอนั้นเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการใช้ชีวิต ซึ่งความต้องการในการนอนหลับของคนมีไม่เท่ากันเนื่องจากขึ้นอยู่กับอายุ ทารกต้องนอนละวันละ 16 ชั่วโมง วัยรุ่นต้องการวันละ 9 ชั่วโมง ผู้ใหญ่ต้องการวันละ 7-8 ชั่วโมง แต่วงจรการใช้ชีวิตในปัจจุบันนั้นเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนมีวิถีชีวิตที่แตกต่างจากอดีต จนนำมาสู่การเกิด "โรคนอนไม่หลับ" หรือ Insomnia ซึ่งมีรูปแบบของอาการมากมาย เช่น การนอนไม่หลับ การนอนหลับไม่สนิท การหลับๆ ตื่นๆตลอดทั้งคืน การตื่นขึ้นมากลางดึก การตื่นเช้าผิดปกติ และการตื่นมาแล้วไม่สดชื่น เป็นต้น 7 สาเหตุการนอนไม่หลับ และเคล็ดลับวิธีแก้ไข 7 สาเหตุของการนอนไม่หลับ 1. ปัญหาสิ่งแวดล้อม เสียงดังรบกวน สว่างเกินไป หรือคับแคบเกินไป ทำให้นอนหลับยาก 2. อาการเจ็บป่วย เช่น ปวดท้อง ปวดตามเนื้อตัว เป็นโรคเกี่ยวกับการนอนหลับ มีปัญหาเรื่องระบบการหายใจ มีอาการไอ 3. ความเครียด อาการวิตกกังวล แรงกดดัน หรือมีอาการซึมเศร้าและท้อแท้ หมดกำลังใจ หมดหวังในการใช้ชีวิต คิดว่าตัวเองไร้ค่า ยึดติดและอยู่กับตัวเองมากเกินไป 4. แอลกอฮอล์ คาเฟอีนในกาแฟ บุหรี่ หรือการใช้ยาบางชนิดนั้นอาจส่งผลเกี่ยวกับการนอนหลับ 5. ท้องว่าง ทำให้เกิดอาการอึดอัด หิวขึ้นมาในช่วงดึก หรืออิ่มมากเกินไป จนทำให้มีอาการแน่นท้องกลางดึก จนนอนไม่หลับ 6. ภาวะการนอนหลับ เช่น การนอนละเมอ ฝันร้าย หรือนอนไม่หลับจนติดเป็นนิสัย 7. หน้าที่การงานที่ต้องเปลี่ยนเวลาการนอนอยู่สม่ำเสมอ เช่น พยาบาล ยาม 7 สาเหตุการนอนไม่หลับ และเคล็ดลับวิธีแก้ไข วิธีแก้ปัญหาอาการนอนไม่หลับ - จัดที่นอนให้เหมาะสม สบายเหมาะแก่การนอน เงียบสงบ อุณหภูมิที่เย็นสบายพอเหมาะ ไม่ควรเปิดโทรทัศน์ และหากต้องการให้ร่างกายพักผ่อนมากจริงๆ ให้ปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด จะได้ไม่มีเสียงรบกวนขณะนอนหลับ - ผ่อนคลายกล้ามเนื้อก่อนนอน เช่น การนวดให้ร่างกายผ่อนคลาย การแช่น้ำอุ่น - หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน หรือการใช้ยาที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึมในช่วงกลางวัน - เมื่อรู้สึกง่วงจะต้องเข้านอนทันที เข้านอนให้เวลานั้นเหมือนกันทุกคืน ตรงเวลา ร่างกายจะจดจำเวลานอนเอง - หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนัก หรืออาหารที่ย่อยยากก่อนนอน เพราะจะทำให้ปวดท้อง เนื่องจากมีอาการกรดไหลย้อน ถ้าท้องว่างให้รับประทานอาหารเบาๆ เช่น ขนมปังชิ้นเล็ก นมอุ่ม หรือน้ำผลไม้ - หากนอนไม่หลับ ให้ไปทำกิจกรรมเบาๆ เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือนั่งสมาธิ เมื่อรู้สึกง่วงให้เข้ามานอน - ก่อนนอนควรทำสมองให้โล่ง ปลอดโปร่ง ไม่นำเรื่องเครียด กดดัน ผิดหวัง หรือเสียใจมาคิด ทำจิตใจให้ผ่อนคลายก่อนนอน ใช้กลิ่นเข้ามาช่วยในการนอนหลับ เช่น กลิ่นวานิลลา กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นยูคาลิปตัส กลิ่นพิมเสน หรือกลิ่นคาโมมายล์ ที่ช่วยทำให้ผ่อนคลาย บรรเทาความเครียด จิตใจสงบ ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย - หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ ชาที่มีคาเฟอีน หรือน้ำอัดลม เพราะจะทำให้นอนไม่หลับ และลดประสิทธิภาพการนอนหลับ ลดการดื่มแอลกอฮอล์ลง ถึงแม้ว่าจะช่วยในเรื่องการนอนหลับ หากมากไปอาจส่งผลต่อร่างกายได้ - ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรออกกำลังกายก่อนนอน เพราะจะทำให้ร่างกายมีการตื่นตัว นอนไม่หลับ - ปรึกษาแพทย์หรือนักบำบัด อาจมีการแนะนำให้ใช้ยานอนหลับ ยาผ่อนคลาย ได้รับการปรึกษา หรือมีตารางการปฏิบัติมาให้ฝึกบำบัดการนอนหลับ - รับประทานอาหารที่มีแมกนีเซียมสูง เช่น ปลาโอ ปลาเก๋า ปลากะพง ถั่วเหลือง ถั่วลิสง อัลมอลต์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ยอดฟักแม้ว ยอดฟักทอง และกล้วยสุก เพราะแมกนีเซียม ลดอาการซึมเศร้า และมีผลต่อกระบวนการควบคุมการนอนหลับ โดยเป็นตัวที่ช่วยในการสร้างสารเมลาโตนิน นอกจากนั้นอาหารที่มีโปรตีนและฟอสฟอรัสนั้นยังมีแมกนีเซียมด้วย เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วเมล็ดแห้ง ไข่ ผักใบเขียว และเนื้อสัตว์ ทั้งนี้หากเราอดนอน หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ จะส่งผลเสียกับร่างกายทำให้ระบบร่างกายทำงานติดขัด จะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดความดันโลหิตสูง และปัญหาด้านระบบหลอดเลือดหัวใจ ระบบภูมิคุ้มกันทำงานโดยมีประสิทธิภาพลดลง หายจากโรคต่างๆ ได้ช้าลง มีผลต่อการเจริญเติบโต มีการซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอได้ลดลง ฟื้นตัวจากโรคได้ช้า ร่างกายมีภาวะอ่อนเพลีย ส่งผลต่อระบบเผาผลาญ ร่างกายต้องการอาหารมากขึ้น มีอาการป่วย เช่น คลื่นใส้ ปวดศีรษะ ท้องผูกหรือท้องเสีย กล้ามเนื้อทำงานได้ไม่เต็มที่ กล้ามเนื้อทำงานได้ลดลง หรืออ่อนแรง อ่อนเพลีย มีผลทางด้านจิตใจและอารมณ์ เช่น โกรธง่าย มีอารมณ์แปรปรวน ไม่คงที่ ซึมเศร้า และมีอาการเฉื่อยชา ไม่อยากทำอะไรเลย เพราะฉะนั้นจึงต้องดูแลร่างกายให้ดี การพักผ่อนนอนหลับนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่แพ้เรื่องการบริโภคหรือการออกกำลังกายเลย
 ไฟล์แนบ :
 
ระวังการเล่นน้ำหน้าร้อน เที่ยวทะเลปลอดภัย

ระวังการเล่นน้ำหน้าร้อน เที่ยวทะเลปลอดภัย thaihealth กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แนะข้อควรปฏิบัติในการท่องเที่ยวทะเลอย่างปลอดภัย ตรวจสอบสภาพอากาศ หากมีประกาศเตือนภัยควรงดหรือเลื่อนการเดินทาง ตรวจสอบสภาพแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยว หากเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย ให้หลีกเลี่ยงการท่องเที่ยวบริเวณดังกล่าว พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์และเครื่องใช้ที่จำเป็นให้พร้อมใช้งาน ที่สำคัญ ควรเลือกเล่นน้ำในบริเวณที่ปลอดภัยสวมเสื้อชูชีพหรือใช้ห่วงยางทุกครั้งที่เล่นน้ำ รวมทั้งไม่เล่นน้ำใกล้เครื่องเล่นทางน้ำ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการท่องเที่ยวทะเล นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ฤดูร้อนเป็นช่วงที่ประชาชนนิยมท่องเที่ยวทะเล แต่หากขาดความระมัดระวังในการเล่นน้ำ ประกอบกับสภาพอากาศแปรปรวนและคลื่นลมทะเลมีกำลังแรง ทำให้เสี่ยงต่อการได้รับอันตราย เพื่อความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอแนะข้อควรปฏิบัติในการท่องเที่ยวทะเลอย่างปลอดภัย ดังนี้ เตรียมพร้อม – เที่ยวทะเลปลอดภัยตรวจสอบสภาพอากาศ โดยติดตามพยากรณ์อากาศ หากมีประกาศเตือนคลื่นซัดฝั่ง พายุลมแรง หรือ ฝนตกหนัก ควรงดหรือเลื่อนการเดินทาง เปลี่ยนสถานที่ท่องเที่ยว ตรวจสอบสภาพแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยว อาทิ ระดับความลึก ความสูง และความแรงของคลื่น กระแสลม หากเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย ให้หลีกเลี่ยงการเล่นน้ำ หรือท่องเที่ยวบริเวณดังกล่าว จัดเตรียมอุปกรณ์และเครื่องใช้ที่จำเป็น อาทิ ยารักษาโรค เสื้อชูชีพ ห่วงยางยาบรรเทาอาการแมลงสัตว์กัดต่อย สำหรับใช้งานในยามฉุกเฉิน รู้ทันอันตราย – เล่นน้ำทะเลปลอดภัย เลือกเล่นน้ำในบริเวณที่ปลอดภัย ไม่เล่นน้ำบริเวณที่มีระดับน้ำลึก กระแสน้ำไหลวน มีคลื่นสูงซัดฝั่ง บริเวณที่มีป้ายหรือธงสัญลักษณ์เตือนอันตราย รวมถึงเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์มีพิษ ไม่เล่นน้ำในพื้นที่หรือช่วงเวลาเสี่ยงอันตราย โดยเฉพาะบริเวณที่มีร่องน้ำลึก มีโขดหินใต้น้ำ อีกทั้งในขณะหรือภายหลังฝนตก เพราะทะเลมีคลื่นสูงและซัดฝั่งรุนแรง จึงเสี่ยงต่อการจมน้ำเสียชีวิตหลีกเลี่ยงการเล่นน้ำบริเวณที่มีเครื่องเล่นทางน้ำ อาทิ สกู๊ตเตอร์ บานาน่าโบ๊ท เจ็ตสกี เพราะเสี่ยงต่อการได้รับอันตรายไม่เล่นน้ำในบริเวณที่ห่างจากกลุ่มคน เพราะหากเป็นตะคริว หรือเกิดเหตุฉุกเฉินจะไม่สามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงที สวมเสื้อชูชีพหรือห่วงยางที่ได้มาตรฐานอย่างถูกวิธี กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้สามารถลอยตัวรอการช่วยเหลือ ดูแลการเล่นน้ำของเด็กอย่างใกล้ชิด โดยให้เด็กสวมใส่เสื้อชูชีพตลอดเวลาที่เล่นน้ำ ไม่ให้เด็กเล่นน้ำหรืออยู่บริเวณชายหาดตามลำพัง หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เด็กจะไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้อย่างปลอดภัย หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย โดยไม่เล่นน้ำหลังรับประทานอาหาร และไม่เล่นน้ำเป็นเวลานาน เพราะอาจเป็นตะคริว ทำให้จมน้ำเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ การเตรียมพร้อมก่อนเดินทาง โดยตรวจสอบสภาพอากาศ เลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่ปลอดภัย รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการเล่นน้ำหรือประกอบกิจกรรมทางทะเลจะช่วยให้การท่องเที่ยวทะเลเป็นไปด้วยความปลอดภัย ที่มา : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
 ไฟล์แนบ :
 
สุขภาพดี  
Results : 6
  page :   of 1  
 
Untitled Document
โปรแกรมระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศศูนย์การเรียนรู้สุขศึกษาและพฤติกรรมสุขภาพ